3 ปัจจัยการเสียเปรียบเมื่อซื้อแฟรนไชส์
3 ปัจจัยการเสียเปรียบเมื่อซื้อแฟรนไชส์
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ให้ข้อคิด 3 ปัจจัยการเสียเปรียบเมื่อซื้อแฟรนไชส ์เพื่อให้ผู้แฟรนไชซีใช้ใน การพิจารณาก่อนที่จะตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์ ดังต่อไปนี้
1. ต้องสูญเสียอิสระภาพในการดำเนินธุรกิจ เพราะแนวคิดของการทำแฟรนไชส์คือการดำเนินธุรกิจตามวิธีที่ได้รับการพัฒนาจาก แฟรนไชซอร์ การดำเนินธุรกิจตามรูปแบบที่กำหนดไว้เท่านั้นที่จะเป็นเครื่องรับรองความ สำเร็จของแฟรนไชซี ดังนั้น แฟรนไชซีจึงไม่มีอิสรภาพเต็มที่ต่อการตัดสินใจ
ด้วยเหตุที่แฟรนไชซีเป็นเจ้าของกิจการ และเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง การปฏิบัติงานและตัดสินใจหลายๆ เรื่อง จึงเป็นความรับผิดชอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ ด้วยจุดนี้ที่ทำให้ผลเสียในด้านการสูญเสียการควบคุมโดยตรงเกิดขึ้นได้มาก หากระบบต่างๆ ของแฟรนไชส์ไม่ดีพอ หรือยากต่อการปฏิบัติ เพราะหากแฟรนไชซีไม่สามารถปฎิบัติได้อย่างที่แฟรนไชซอร์ทำแล้วละก็ ตามธรรมชาติผู้รับผิดชอบก็ต้องหาหนทางอื่นที่จะทำ เนื่องจากต้องรับผิดชอบทำให้การทำงานเกิดการเบี่ยงเบนออกจากมาตรฐานต่างๆ ได้
ดังนั้นการพัฒนาธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องลดข้อจำกัดต่างๆ ในการปฎิบัติงานให้แก่บุคคลที่จะเข้ามาดำเนินธุรกิจให้สามารถปฏิบัติตามได้ โดยง่าย และมีความสำเร็จ ในทุกๆ แง่มุมของธุรกิจ เช่น ควรขายสินค้าอะไรที่ราคาเท่าใด หรือเมื่อไหร่ที่จะเสนอขายสินค้าลดราคาและอื่นๆ นอกจากนี้แฟรนไชซียังไม่สามารถตัดสินใจกระทำการใดๆ เพียงลำพังที่ อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณะของแฟรนไชส์ หรือของแฟรนไชซีอื่นๆ
2. ไม่มีหลักประกันความสำเร็จ ถึงแม้จะมีโอกาสสูงในการประสบความสำเร็จจากการซื้อแฟรนไชส์ แต่อาจกล่าวได้ว่า ไม่มีหลักประกันที่แน่นอนในเรื่องนี้ เนื่องจากความเสี่ยงทางธุรกิจสามารถเกิดขึ้นได้โดยปกติ นอกจากนี้ อาจพบว่า แฟรนไชซีอาจประสบความล้มเหลวด้วยสาเหตุเงินทุนที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ ขาดวิสัยทัศน์หรือทำเลที่ตั้งแหล่งระบายสินค้าไม่เหมาะสม สาเหตุของความล้มเหลวที่แฟรนไชซีไม่สามารถปฏิบัติตามระบบของแฟรนไชซอร์ได้ อย่างไรก็ดี สาเหตุของความล้มเหลวแบ่งออกได้เป็น 2 สาเหตุหลักๆ คือสาเหตุจากตัวแฟรนไชซีเองและสาเหตุจากระบบแฟรนไชซอร์
ในด้านตัวของแฟรนไชซีนั้นโดยทั่วไปก็มักจะพบว่าคุณสมบัติของแฟรนไชซีที่ถูก เลือกเข้ามาเพื่อประกอบธุรกิจแฟรนไชส์นั้นๆ มีความสามารถไม่ตรงหรือไม่มากพอ หรืออีกทางหนึ่งอาจได้รับการอบรมจากแฟรนไชซอร์ไม่ดีพอด้วยก็อาจเป็นได้ ซึ่งหากสาเหตุของการล้มเหลวเป็นไปในแนวนี้ทางแก้ก็สามารถทำได้ด้วยการให้ การอบรม และระบบการสนับสนุนที่ใกล้ชิด ซึ่งหากแฟรนไชซียังคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแผนของการดำเนินธุรกิจได้ ความจำเป็นของการเปลี่ยนแปลงจึงต้องเกิดขึ้น
ในด้านของระบบแฟรนไชส์โดยทั่วไปมักมาจากระบบการดำเนินธุรกิจที่เดิมแฟรนไชซอร์ ให้มานั้นไม่สามารถนำไปใช้ได้อย่างง่าย ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากระบบนั้นต้องการคุณสมบัติพิเศษมากเกินไปหรือไม่ได้รับ การพัฒนาให้มีรูปแบบที่ง่ายขึ้น แต่ยังคงขึ้นอยู่กับตัวบุคคลมากเกินไป ดังนั้น การแก้ไขจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาระบบการดำเนินงานต่างๆ รวมถึงการอบรมใหม่ ซึ่งหาก การเปลี่ยนแปลงทำได้ยาก แน่นอนความสำเร็จของระบบแฟรนไชส์นั้นๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น
3. ค่าใช้จ่ายสูง แฟรนไชซีจำเป็นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายล่วงหน้าเพื่อการได้มาซื้อสิทธิในการประกอบกิจการ นอกจากนี้แฟรนไชซี ยัง มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น เงินลงทุนเพื่อตกแต่งร้านค้าและค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายเป็นประจำสำหรับ บริการสนับสนุนที่ได้รับจาก แฟรนไชซอร์เมื่อรวมค่าใช้จ่ายเหล่านี้เข้าด้วยกัน จะพบว่าคิดเป็นจำนวนเงินที่สูง ดังนั้น เงินจำนวนนี้จะคุ้มค่าต่อการลงทุนก็ต่อเมื่อ แฟรนไชซีได้รับผลตอบแทนที่สูงเช่นกัน อย่างไรก็ดี นับว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ เซ็นสัญญาที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายใดๆ
ที่มาผู้จัดการออนไลน์






