สำรวจ 3 ข้อ ก่อนเปิดแฟรนไชส์

On Saturday, December 24th, 2011

สำรวจ 3 ข้อ ก่อนเปิดแฟรนไชส์
ในงานสัมมนา”การประเมินโอกาสทางธุรกิจและการพิจารณาธุรกิจแฟรนไชส์” ไพศาล เตี๋ยวงษ์สุวรรณ์ ผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อธุรกิจรายย่อย ธนาคารนครหลวงไทย ได้ให้หลักในการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าธุรกิจแฟรนไชส์เพื่อให้ผู้ที่จะเป็นแฟรนไชซี่ได้นำไปประกอบพิจารณาก่อนที่จะเข้าสู่ธุรกิจดังนี้

ก่อนจะทำธุรกิจหรือเลือกซื้อแฟรนไชส์ควรจะมีการประเมินความพร้อมของตัวเองก่อน 3 ประการคือ

1.หากต้องการสร้างธุรกิจด้วยตัวเองควรสำรวจว่าตัวเองมีความสามารถในการที่จะทำธุรกิจนั้นๆหรือเปล่า ถ้ามีก็ควรที่จะสร้างธุรกิจด้วยตัวเอง

2.ถ้าต้องการร่วมทุนกับคนอื่นหรือซื้อธุรกิจที่คนอื่นดำเนินการอยู่เพื่อมาทำต่อจะต้องพิจารณาให้ดีว่าความเป็นมา เป็นไปของธุรกิจเป็นอย่างไรเหตุผลที่ต้องการขายคืออะไร

3.บางคนทั้งชีวิตไม่เคยทำธุรกิจเลยก็ควรเริ่มต้นธุรกิจด้วยแฟรนไชส์ เพราะการซื้อแฟรนไชส์อาจจะนำไปสู่การเรียนรู้ที่จะทำธุรกิจ หรือพัฒนาธุรกิจตัวเองให้เป็นแฟรนไชส์ ซึ่งอาจจะทำธุรกิจใหม่ในแนวเดียวกับที่แฟรนไชส์ทำอยู่ หรือเป็นธุรกิจที่ต่างกันไปแต่สิ่งสำคัญที่จะต้องศึกษาคือข้อสัญญาของแฟรนไชส์ที่จะซื้อเนื่องจากบางแฟรนไชส์จะมีข้อกำหนดห้ามทำธุรกิจที่ใกล้เคียงกันหลังจากที่หมดสัญญาแฟรนไชส์กันแล้ว ซึ่งตรงนี้มักจะก่อให้เกิดปัญหาต่อการทำธุรกิจในภายภาคหน้าแม้ว่าบางคนจะนิยมที่จะใช้การเรียนรู้แฟรนไชส์เป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ แต่บางคนก็พอใจ กับการทำแฟรนไชส์และบริหารแฟรนไชส์หลายๆสาขาเพราะธรรมชาติของการทำธุรกิจแฟรนไชส์เมื่อซื้อไปดำเนินการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างจังหวัดอัตราการเจริญเติบโตของธุรกิจจะมีลักษณะคงที่คือเหมือนเป็นงานประจำที่ทำเท่าไหร่เงินเดือนก็ไม่ขึ้น ซึ่งการที่จะทำให้เงินเพิ่มขึ้นได้จะต้องเปิดสาขาให้มากขึ้นจึงต้องพิจารณาให้ดีก่อนว่าแฟรนไชส์ที่เลือกมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีหรือเปล่า

ส่วนใหญ่การทำธุรกิจแฟรนไชส์จะเป็นธุรกิจที่ต้องทำแบบผสมกัน คือผู้ซื้อจะเป็นทั้งผู้ผลิตผู้ขาย และผู้ให้บริการด้วย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจเองหรือจะซื้อแฟรนไชส์คุณควรจะดูความสามารถของตัวเองว่าคุณเหมาะที่จะเป็นใครและคู่แข่งของคุณคือใครดังนั้นหากคุณจะซื้อแฟรนไชส์ธุรกิจใดก็ควรไปซื้อของคู่แข่งมาเปรียบเทียบเพื่อหาความแตกต่าง ระหว่างสินค้าของคุณกับเขาเสียก่อนหรือถ้าเป็นธุรกิจบริการก็ควรที่จะเข้าไปทดลองใช้บริการของคู่แข่งให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ต้องไปเก็บและสัมผัสบรรยากาศทุกอย่างเพื่อนำมาเปรียบเทียบกับธุรกิจของคุณ หรือต้องเทียบแฟรนไชส์ที่น่าสนใจเพื่อจะทำให้รู้ว่าแฟรนไชส์ใดที่น่าจะทำให้คุณได้ผลประโยชน์มากกว่ากัน

เมื่อสามารถเลือกได้ว่าจะทำธุรกิจหรือซื้อแฟรนไชส์อะไรต้องนึกให้ได้ว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะมาใช้บริการเป็นใครยกตัวอย่าง หากจะเปิดร้านกาแฟก็จะต้องรู้ธุรกิจนั้นๆตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำว่ากาแฟคืออะไรรสชาติแบบไหนถึงจะดี ทำไมกลุ่มเป้าหมายบางส่วนของเราจึงไม่ดื่มกาแฟแล้วเขาชอบดื่มอะไรซึ่งต้องหาสินค้านั้นมารองรับ

จากนั้นจะต้องมุ่งเน้นเรื่องการสร้างความแตกต่างโดยเฉพาะ “บรรยากาศ” เพราะแม้ว่าจะเป็นร้านประเภทเดียวกันการจัดบรรยากาศไม่เหมือนกันก็ส่งผลต่อยอดขายอย่างเช่นธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่แม้ว่าสินค้าภายในร้านจะเหมือนกันแต่จะเห็นว่าการจัดวางสินค้าของทั้งสองร้านแตกต่างกันเวลาลูกค้าเดินเข้าไปจะรู้ทันทีว่ากำลังอยู่ร้านไหนยกเว้นจะมีการก๊อปปี้หรือโคลนนิ่งให้เหมือนกันราวกับแกะไพศาลยกกรณีของบ้านใร่กาแฟที่มีการวางคอนเซ็ปต์ของตัวเองให้เป็นกาแฟไทยที่มีราคาแพงมีบรรยากาศที่ไม่เหมือนร้านทั่วไป เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มคนมีฐานะแต่ถ้าขายในราคา20-25 บาท อาจจะมีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มคนขับรถบรรทุกซึ่งเป็นการวางแผนธุรกิจว่าต้องการกลุ่มเป้าหมายเป็นใครแล้ววางรูปแบบร้านราคาให้ตอบรับกับคนกลุ่มนั้น

อ้างอิงจากASTVผู้จัดการออนไลน์






About -

Displaying No Comments
Have Your Say

Leave a comment

XHTML: You can use these tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

*
= 3 + 0

พื้นที่ลงโฆษณา